กวาร์ดิโอล่า ชูฟิลโฟเด้นจะขึ้นเป็นสตาร์ทีมตราเรือใบในไม่ช้า

กวาร์ดิโอล่า

    แม้ว่าฟิล โฟเด้นจะยังไม่ได้มีโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้มากนัก ทว่าเจ้านายอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ยังยืนยันว่ามิดฟิลด์วัย19ปีจะเป็นหัวใจสำคัญของทีมตราเรือใบในอนาคต และจะไม่มีทางปล่อยตัวโฟเด้นออกไปจากทีมอย่างแน่นอน โดยเป็นการเปิดเผยผ่านเนื้อหาในหนังสือ “ เป๊ป ซิตี้ ” นั่นเอง

    “ โฟเด้นคือส่วนหนึ่งของแผนการทำทีมในระยะยาวของแมนซิตี้ เราจะไม่ดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทับตำแหน่งกับเค้าอย่างแน่นอน ทันทีที่ดาบิด ซิลวาอำลาทีม โฟเด้นก็จะได้สานงานต่อในตำแหน่งตัวสร้างสรรค์เกม เค้าเป็นสายเลือดใหม่ของแมนซิตี้ที่เราทุกคนต่างภาคภูมิใจ โฟเด้นเป็นนักเตะพรสวรรค์สูงที่สุดที่ผมเคยทำงานด้วย ซักวันเค้าจะกลายเป็นนักเตะระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน ” ถอดความจากหนังสือของเป๊ป

เรือใบเข็ดจากการขายซานโช่ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ยืดสัญญาโฟเด้นถึง 2024

   จากการเสียเพชรเม็ดงามอย่างจาดอน ซานโช่ให้กับโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ทำให้แมนซิตี้ได้รับบทเรียนเข้าอย่างจัง เพราะซานโช่ได้กลายเป็นแนวรุกสุดอันตรายของลีกเยอรมันไปเป็นที่เรียบร้อย จนทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าต้องกำชับให้บอร์ดบริหารตัดสินใจยืดสัญญากับดาวรุ่งพุ่งไกลอย่างฟิล โฟเด้นไว้แต่เนิ่นๆ จึงทำให้ปัจจุบันฟิล โฟเด้นเจ้าของหมายเลข47มีสัญญาผูกมัดในถิ่นอัลติฮัดไปจนกระทั่งปี2024

   “ เราพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้วสำหรับการต่อสัญญากับโฟเด้น สโมสรเล็งเห็นแล้วว่าเค้ามีความสำคัญ จะไม่มีการปล่อยตัวเค้าออกไปในทุกกรณี เรื่องเงินไม่มีความหมายหากเทียบกับคุณภาพของโฟเด้น แม้ว่าถ้ามีใครยื่นข้อเสนอเข้ามาถึง500ล้านยูโรเราก็จะปฏิเสธกลับไป โฟเด้นไม่ได้มีไว้ขาย ” ยืนยันจากข้อความอีกช่วงในหนังสือของเป๊ป

    ซึ่งไม่น่าประหลาดใจแม้แต่น้อยที่ดาวรุ่งรายนี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการที่ฟิล โฟเด้นนั้นมีฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัยนั่นเอง และแม้ว่าในซีซั่นนี้เจ้าเพิ่งจะได้โอกาสลงสนามกับแมนซิตี้เพียงเกมเดียวเท่านั้น หลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงเล่นแทนดาบิด ซิลวาในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนัดดวลกับดินาโม ซาเกร็บ ทว่าเจ้าหนูรายนี้ก็ทำประตูได้เลย โดยหากนับรวมผลงานตั้งแต่ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่(ขึ้นมาตั้งแต่ปี2017/18)ของทีมตราเรือใบ โฟเด้นลงสนามไปแล้งทั้งสิ้น39นัด และยิงได้8ประตู พร้อมกับถูกคาดหมายว่าจะสามารถก้าวขึ้นเป็นสตาร์ลูกหนังคนใหม่ของทีมชาติอังกฤษอีกต่างหาก

คูตินโญ่ เทพประทับทรงพาเสือใต้นำฝูงทั้งในบุนเดสลีก้า&ยูซิแอล

คูตินโญ่

     บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นนักฟุตบอลบางคนเล่นดีกับทีมหนึ่งแต่พอย้ายทีมใหม่กลับกลายเป็นเล่นออกทะเลไปเลย นั่นก็รวมถึงชีวิตค้าแข้งของฟิลิเป้ คูตินโญ่ด้วยเพราะช่วง1-2ปีหลังมานี้ชื่อเสียงของเค้าหล่นวูบไปอย่างน่าใจหายทั้งที่เค้าได้ค้าแข้งกับยอดทีมอย่างบาเซโลน่า แต่ก็นั่นละครับชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอจนนำพาให้เพลเมกเกอร์แซมบ้าตัดสินใจออกไปผจญภัยครั้งใหม่กับบาเยิร์น มิวนิค และแล้วฟอร์มเทพของคูตี้ก็เริ่มกลับมาประจักษ์แก่สายตาของแฟนบอลเสื้อใต้อีกครั้งเมื่อสามเกมหลังสุดเค้าทำสถิติยิงสองประตูกับอีกสามแอสซิสต์จนทำให้เส้นทางลุ้นแชมป์ทั้งในลีกเยอรมันและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกของบาเยิร์น มิวนิคกลับมาสดใสอีกครั้ง

     ส่วนสำคัญที่ทำให้คูตินโญ่กลับมาฉายแสงบนยอดหญ้าอีกครั้งน่าจะมีส่วนจากบทบาทการเล่นที่แตกต่างออกไป เพราะที่สเปนเค้าจะถูกขยับไปยืนกราบซ้ายซึ่งคูตี้มักไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเกมมากนัก ทว่าซีซั่นนี้นิโก้ โควัชวางใจให้เค้ารับบทเป็นเพลเมกเกอร์ โดยรอบข้างของเค้ามีทั้งแซตจ์ กนาบรี้,คิงส์ลี่ย์ โกมอง และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แล้วผลงานก็เป็นอย่างที่เห็นเสือใต้กลับมาทำเกมรุกได้ไหลรื่นสามเกมหลังสุดพวกเค้ายิงประตูได้14ประตู โดยเฉพาะอย่างอันดับในตารางบุนเดสลีก้าพวกเค้าสามารถแซงไลป์ซิกขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงแทนที่ได้สำเร็จอย่างภาคภูมิ

นิโก้โควัชรับ คูตินโญ่ เริงระบำบนยอดหญ้าพาเกมรุกเสือใต้คึกไปด้วย

    เมื่อเกมรุกของบาเยิร์น มิวนิคไหลรื่นคนที่หน้าบานกว่าใครคงจะหนีไม่พ้น นิโก้ โควัช โดยเทรนเนอร์ชาวโครแอตยังได้ชื่นชมฟิลิเป้ คูตินโญ่ผ่านสื่ออีกด้วย “ เราเชื่อมันในตัวคูตี้มาตั้งแต่ก่อนได้ร่วมงานกันแล้ว ยิ่งได้เห็นสิ่งที่เค้าทำในแต่ละเกม เรายิ่งเซอร์ไพรซ์ ทุกอย่างดูง่ายไปหมด บอลจากเท้าของเค้าง่ายและมีประสิทธิภาพมันทำให้เกมของเราไหลรื่น ที่สำคัญคือเค้า(คูตินโญ่)ดูผ่อนคลาย นั่นทำให้เพื่อนร่วมทีมรู้สึกมีส่วนร่วมไปด้วย ผมประทับใจช่วงเวลาแบบนี้มันดูเหมือนลูกทีมของผมลงไปเล่นสนุกกัน เราไม่ได้แบกความกดดันเอาไว้เหมือนที่แล้วๆมา ”

   “ ผมไม่ซีเรียสกับจำนวนประตูหรือแอสซิสต์จากคูตี้นะ ผมให้ความสำคัญกับภาพรวมมากกว่าแล้วเค้าพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างความแตกต่างให้กับบาเยิร์น มิวนิคได้มากแค่ไหน ฉะนั้นผมขอแค่ให้เค้าลงสนามแล้วสนุกกับเกมก็พอ เค้ารู้ดีว่าเค้าต้องจัดการอะไรต่อมิอะไรในเกมอย่างไร ” นิโก้ โควัชกล่าวทิ้งท้าย

อินเตอร์ ชนะ6เกมรวดนำฝูงกัลโช่พร้อมประเดิมสกอร์ของอเล็กซิส

อินเตอร์

   ยังคงร้อนแรงไม่เลิกจริงๆสำหรับอินเตอร์มิลาน ด้วยผลงานเกมล่าสุดที่บุกไปเอาชนะลาซามพ์ได้3-1 นอกจากจะเป็นการทำสถิติในรอบ53ปีสำหรับการทำผลงานชนะหกเกมรวดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล ยังเป็นการกลับเล่นฟุตบอลได้อย่างสุดสะเด่าอีกครั้งของอเล็กซิส ซานเชสที่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดถึงสองครั้งจากเกมนี้

   อเล็กซิส ซานเชสถูกยืมตัวมาจากแมนยูฯ แต่ทว่ายังไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นกับงูใหญ่มากนัก ก่อนจะมีชื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในการบุกไปเยือนซามพ์โดเรีย แล้วดาวเตะชิลีก็แผลงฤทธิ์กดสองประตูทำให้อินเตอร์เอาชนะไปได้3-1 แม้ในที่สุดอเล็กซิสจะโดนใบเหลืองแดงจนโดนไล่ออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ทว่าก็ยังเป็นสัณญาณที่ดีว่าอเล็กซิสเริ่มกลับเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขอีกครั้ง หลังจากฟอร์มหายมาตลอดปีครึ่งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด(เล่นให้แมนยู45นัดยิงได้เพียง5ประตู) ซึ่งเครดิตนี้ต้องยกให้กับกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้แต่เพียงผู้เดียว

คอนเต้พอใจแข้ง อินเตอร์ เอาตัวรอดชนะลาซามพ์ได้แม้ผู้เล่นจะน้อยกว่า

   อันโตนิโอ คอนเต้เทรนเนอร์อินเตอร์ได้ออกมาชื่นชมลูกทีมที่รับมือกับซามพ์โดเรียได้ดีแม้ต้องลงเล่นครึ่งหลังด้วยผู้เล่นเพียง10คน “ ในเกมครึ่งหลังเราเหลือผู้เล่นน้อยกว่าพวกเค้าแม้จะมีสกอร์นำ2-0 แต่มันไม่ง่ายเลย แต่ผมก็ได้เห็นการทำงานอยางสุดวิเศษของลูกทีม พวกเค้ารับมือกับความกดดันได้ดี การรักษาความได้เปรียบให้ได้ในสถานการณ์ที่ผู้เล่นน้อยกว่าน้องจากจะเป็นเรื่องของประสบการณ์แล้ว มันยังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง ผมคงไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากพวกเค้าได้อีกแล้ว ” อดีตนายใหญ่เชลซียืนยัน

     อีกหนึ่งเครดิตที่คอนเต้ ควรได้รับคือเค้าสามารถกระตุ้นผู้เล่นอินเตอร์ให้กลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง โดยมีตัวชูโรงเป็นคู่หูอย่าง โรเมลู ลูกากู และอเล็กซิส ซานเชสที่ต่างฟอร์มตกอย่างหนักกับแมนยูฯ ทว่าทันทีที่ทั้งสองย้ายมาสวมเสื้อลายน้ำเงินดำ พวกเค้าก็กลับมาเล่นฟุตบอลได้อย่างสะเด่าอีกครั้ง และมีความเป็นไปได้ที่คอนเต้จะพาเนรัซซูรี่เบียดแย่งแชมป์กัลโช่ เซเรียอาได้อย่างสนุก เมื่อพวกเค้ามีแต้มนำยูเวนตุสอยู่สองคะแนน และโปรแกรมลีกอิตาลี่นัดถัดไป พวกเค้าจะได้เปิดรังจูเซปเป้เมอัตซ่าต้อนรับทัพม้าลาย ซึ่งหากพวกเค้าเก็บชัยชนะนัดที่7ได้แล้วละก็จะสามารถขยับทำแต้มหนีห่างออกไปได้ถึง5คะแนน

เมสซี่ เบียดฟานไดค์คว้าผู้เล่นยอดเยียมของฟีฟ่าเป็นสมัยที่หก

เมสซี่

    แม้ว่าผลงานกับทีมชาติอาร์เจนติน่าจะไม่สบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์โคปา อเมริกาเมื่อช่วงกลางปี ทว่าลีโอแนล เมสซี่ก็ยังได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปี2019 โดยสามารถเบียดตัวเต็งอย่างเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ไปได้8คะแนน (เมสซี่ได้46คะแนน,ฟาน ไดค์ได้38คะแนน และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ได้36คะแนน)เท่านั้น ซึ่งรางวัลดังกล่าวได้เป็นชื่อมาเป็น “ เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า เมนส์ เพลเยอร์ ” ในขณะที่หลายคนอาจคุ้นหูกับคำเรียกเดิม “ ฟีฟ่า บัลลง ดอร์ ” มากกว่า

    ซีซั่นที่แล้วลีโอแนล เมสซี่พาบาเซโลน่าคว้าแชมป์ลาลีก้าเพียงรายการเดียวเท่านั้น แต่ทว่าจำนวนประตู51เม็ดจากการลงเล่นทั้งฤดูกาล ก็ยังทำให้บรรดาแฟนบอล,กุนซือทีมชาติ และนักข่าวฟุตบอลในแต่ละประเทศต่างโหวตให้ดาวยิงทัพฟ้าขาวครองรางวัลนี้อีกครั้งเป็นสมัยที่หก และการประกาศรางวัลในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการหักปากกาเซียนเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้าที่จะมีการประกาศรางวัลสื่อลูกหนังทั่วโลกต่างยกให้เฟอร์กิล ฟาน ไดค์เป็นตัวเต็งที่จะได้รางวัลนี้ไปครอง

ฟานไดค์ร่วมยินดี เมสซี่ พร้อมยันไม่นอยด์ที่ชวดรางวัลดังกล่าว

    ด้วยผลงานในการขันเกมรับลิเวอร์พูลให้แข็งแกร่งจนผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก(แถมได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย)ทำให้เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ได้รับการเจิมจากเกจิลูกหนังหลายสำนักว่าปีนี้ละ เจ้าตัวจะได้ครองรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีแน่นอนแต่สุดท้ายกองหลังชาวดัตซ์ก็ชวดรางวัลดังกล่าวด้วยผลต่างคะแนนเพียงไม่กี่หยิบมือ “ ผมต้องขอแสดงความยินดีกับเมสซี่ เค้ารักษามาตรฐานการเล่นกับบาเซโลน่ามาเป็น10ปี มีเค้าเท่านั้นที่คู่ควรกับมัน ส่วนตัวผมเองก็โอเค ผมไม่ตั้งเป้าหมายว่ากับความสำเร็จส่วนตัว แต่ผมอยากมีความสำเร็จกับลิเวอร์พูลมากกว่า ซึ่งผมก็ได้ถ้วยยูซีแอลกับลิเวอร์พูลมาแล้ว ดังนั้นมันเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวผม ไม่มีอะไรที่ผมต้องเสียใจแม้แต่น้อย ”

   “ การโหวตคะแนนก็เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นเสียงจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับเกมฟุตบอลทั้งนั้น ซึ่งผลออกมาก็อย่างที่เห็นคือเมสซี่คว้ารางวัลไป ตัวเองก็ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบกับเค้า(เมสซี่)อยู่แล้ว แค่ผมได้มีโอกาสมาร่วมงานในวันนี้ก็ถือว่าเป็นเกียรติมากพอแล้ว ” กองหลังวัย28ปีกล่าวทิ้งท่าย

   อย่างไรก็ตามแฟนบอลลิเวอร์พูลก็ยังพอได้เฮกันอยู่บ้าง เมื่อรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีตกเป็นของ เจอร์เกน คล็อปป์ และรางวัลผู้รักษประตูยอดเยี่ยมตกเป็นของอลิสซง เบ็คเกอร์

เชลซี กั๊กลูกชายเชว่าเข้าอะคาเดมี่หวังโตมาจะเปรี้ยงเหมือนพ่อ

เชลซี

    หลังจากปีนี้เชลซีหันมาเปลี่ยนแนวทางทำทีมด้วยการดันแข้งเยาวชนขึ้นมารับใช้ทีมชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โทนี่ อับบราฮัม,เมสัน เม้าท์,รูเบน ลอฟตัส-ชีค และคัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอยร์ และทำให้แฟรงค์ แลมพาดเริ่มหันมาโฟกัสในการสรรหาดาวรุ่งพรสวรรค์มาเติมไว้ในอะคาเดมี่ของทีมมากขึ้น โดยแอบหวังจะได้เห็นนักเตะเจนเนอเรชั่นใหม่ๆทรอดแทรกขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ให้มากยิ่งขึ้น อันนำไปสู่การดึงตัวคริสเตียน เชฟเชนโก้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในศูนย์ฝึกเยาวชน ซึ่งเจ้าหนูคนนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นลูกชายแท้ๆของอดีตกองหน้าเชลซีอย่างอังเดรย์ เชฟเชนโก้นั่นเอง

    ตำนานดาวยิงทีมชาติยูเครน อังเดรย์ เชฟเชนโก้เคยถูกยกย่องให้เป็นกองหน้าที่น่าเกรงขามที่สุดในยุโรป ทั้งเคยลงเล่นให้กับดิมาโมเคียฟ,เอซีมิลาน และเชลซี พิสูจน์ความเก่งกายด้วยการผลิตสกอร์ตลอดอาชีพค้าแข้ง342ประตูจนทำให้เชลซีต้องตัดสินใจรับลูกชายคนรองของเชฟเชนโก้เอาไว้กับอะคาเดมี่เสียแต่เนิ่นๆ แม้เจ้าหนูคริสเตียน เชฟเชนโก้จะมีอายุเพียง12ปีก็ตาม

เชฟเชนโก้ยิ้มไม่หุบเป็นเกียรติ เชลซี รับลูกชายไว้บ่มฝีเท้า

    อังเดรย์ เชฟเชนโก้ยังเคยรับใช้เชลซีในช่วงปี2006-2009 และคว้าแชมป์ลีกคัพมาหนึ่งสมัยได้เผยความรู้สึกอันประทับใจต่อเชลซี “ ผมบอกกับลูกชายว่าเชลซีมีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่แค่ไหน นี่เป็นสโมสรที่มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และผมก็ดีใจแทนคริสเตียนจริงๆที่เค้าจะได้อยู่กับอะคาเดมี่ของเชลซี เค้าจะได้รับการฝึกและพัฒนาฝีเท้าไปได้อีกไกลเพราะที่นี่เต็มไปด้วยดาวรุ่งฝีเท้าดี ผมคงไม่กดดันอะไรเค้าหรอก ก็หวังแค่ว่าเค้าจะสนุกกับเกมฟุตบอลที่นี่ ” เจ้าของผลงาน23ประตูกับเชลซีกล่าวอย่างยินดี

    นอกจากนี้คริสเตียน เชฟเชนโก้ก็ยังมีทางเลือกให้รับใช้ทีมชาติ(ในฐานะนักฟุตบอล)ได้ถึงสามประเทศ ได้แก่ ยูเครน,สหรัฐอเมริกา และโปลแลนด์(ภรรยาของเชว่าเป็นนางแบบลูกครึ่งอเมริกัน-โปลแลนด์)ซึ่งอดีตกองหน้าวัย42ปีก็มองว่าเป็นโอกาสอันดีและเมื่อถึงเวลานั้นเค้าก็จะไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจของลูกชาย “ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ ผมก็จะให้เค้าได้เลือกตามใจตัวเอง ผมหวังแค่ให้เค้ามีความสุขกับการเล่นฟุตบอลก็พอ แต่มันอีกตั้งนานลูกชายผมยังอายุไม่เต็ม13ปีเลยนะ เราอยากให้มันค่อยเป็นค่อยไปสำหรับเรื่องนี้ ”

วิลเลี่ยมส์ โดนเเมนยูตามจีบแต่แห้วเพราะบิลเบาไม่เล่นด้วย

วิลเลี่ยมส์

   ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนตลาดซื้อขายผู้เล่นจะปิดตัวลง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ปล่อยผู้เล่นตัวรุกอย่างอเล็กซิส ซานเชส และโรเมลู ลูกากูออกไปจากทีม จนหลายคนคิดว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาเฉยเมยไม่คิดซื้อกองหน้าเพิ่มอีก ทว่าบอกเลยว่าแท้ที่จริงแล้วปีศาจแดงไม่ได้นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ เมื่ออินากี้ วิลเลี่ยมส์หัวหอกจอมเนื้อหอมของแอธเลติกบิลเบาได้ออกมากระซิบกับนักข่าวว่าเจ้าตัวเคยได้รับการติดต่อจากแมนยูจริง

   ช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาแมนยูตกเป็นขี้ปากใครๆว่าเป็นตัวเต็งที่จะเซ้งอินากี้ วิลเลี่ยมส์มาร่วมทีมที่ค่าตัวราว80ล้านปอนด์ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีความเคลื่อนไหวๆจากฝั่งแอธเลติกบิลเบาต้นสังกัดเลย แต่แล้วกองหน้าวันเบญจเพสก็ได้ออกมายอมรับเองถึงความสนใจจากฝากฝั่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด “ เอาเป็นว่าเอเยนต์ผมได้รับการติดต่อแมนยูจริงในช่วงซัมเมอร์ แต่มันก็เพียงเท่านั้น ผมยังคงเป็นผู้เล่นบิลเบา และผมเคารพต้นสังกัดของผมอย่างเต็มใจ ” กองหน้าทีมชาติสเปนกล่าวยืนยัน

วิลเลี่ยมส์ ซึ่งใจต้นสังกัดตั้งเป้ายิงให้แอธฯบิลเบาเท่านั้น

  แอธเลติกบิลเบาให้โอกาสอินากี้ วิลเลี่ยมส์ได้ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี2014 และดาวยิงผิวสีก็ฉายแสงความเป็นยอดดาวยิงอย่างเป็นลำดับ กระทั่งมีชื่อติดทัพกระทิงดุ(ทีมชาติสเปน)ชุดอายุต่ำกว่า21ปี และติดทีมชาติชุดใหญ่ในเวลาต่อมา ซึ่งทำให้วิลเลี่ยมส์รู้สึกติดค้างสโมสรต้นสังกัดเสมอมา “ ผมได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอจากบิลเบา มันเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้ผมไม่เคยยอมแพ้ และเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนาน ฉะนั้นการต่อสัญญากับบิลเบาเป็นอะไรที่ผมตั้งใจไว้อยู่แล้ว ข่าวลือจะพูดยังไงก็ช่าง แต่ผมบอกคุณตรงนี้ว่าผมไม่เคยเสียดายที่ไม่ได้ย้ายออก ผมจะเล่นให้บิลเบายันแขวนสตั๊ดก็ยังได้ ”  

   ปัจจุบันทีมดังแห่งแคว้นบาสก์(แอตเลติกบิลเบา)เพิ่งจับเจ้าขยายสัญญาค้าแข้งไปอีก9ปีพร้อมเงื่อนไขฉีกสัญญาสูงถึง125ล้านปอนด์แต่เจ้าตัวก็ยังยอมรับว่าเป็นเกียรติที่ได้รับความสนใจจากทีมอย่างแมนยู “ ผมเคารพต้นสังกัดเท่าๆกับทีมอื่นๆนะ ผมไม่มีเจตนาจะดูถูกดูแคลนทีมอื่นๆ แมนยูเป็นทีมชั้นนำของอังกฤษ การได้รับความสนใจจากทีมระดับนี้ย่อมทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีค่า เพียงแต่ผมยอมให้บิลเบาเป็นคนตัดสินใจอนาคต ตราบเท่าที่เค้ายังต้องการผมอยู่ผมก็จะเคารพสัญญาเหล่านั้น ” เจ้าของผลงาน48ประตูในลาลีก้าอธิบายอย่างมุ่งมั่น

เอฟเวอร์ตัน ยิ้มกริ่มอเล็กอิโวบี้ปรับตัวเข้ากับระบบทีมโดยพลัน

เอฟเวอร์ตัน

   ท็อฟฟี่สีน้ำเงินทำผลงานในซีซั่นนี้ได้อย่างน่าพึงพอใจ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฝีเท้าของอเล็ก อิโวบี้ปีกตัวใหม่ที่เซ้งต่อมาจากอาร์เซนอล โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่เอฟเวอร์ตันคว้าสามแต้มได้จากการเฉือนชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน3-2 และปีกไนจีเรียก็ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและก็ยังสามารถทำประตูได้ในเกมดังกล่าวอีกด้วย

   เอฟเวอร์ตันจ่ายเงินไป34ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวอเล็ก อิโวบี้มาร่วมทีม และมาร์โก้ ซิลวาก็วางใจให้ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียได้มีโอการลงสนามไปแล้ว3เกม ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแทนด้วยผลงานการยิงสองประตู(ในคาราบาวคัพกับลินคอนซิตี้อีกหนึ่งประตู) จนแฟนบอลเอฟเวอร์ตันชักจะมั่นใจแล้วว่าดีลนี้มีโอกาสจะเป็นการซื้อขายผู้เล่นที่คุ้มค่าที่สุดของซีซั่นนี้เลยก็เป็นได้

อิโวบี้เขินเพื่อนทีม เอฟเวอร์ตัน ล้อซ้อมโขกแสนห่วยแต่ทำสองสกอร์ด้วยหัวซะงั้น

   อเล็ก อิโวบี้ทะยานโขกประตูขึ้นนำ2-1ในเกมล่าสุดในนาทีที่12แม้ในเกมเพื่อนๆในทีมจะเข้ามาร่วมฉลองประตูอย่างสุดเหวี่ยง ทว่าดาวเตะวัย23ปีกลับบอกว่านอกสนามนักเตะในทีมเอฟเวอร์ตันต่างมีท่าทีที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง “ เพื่อนๆในทีมต่างอำกันตลอด พวกเค้าว่าอเล็กตอนซ้อมกันนายขึ้นโหม่งไม่เคยเข้ากรอบเลย โหม่งวืดก็ยังมี แต่ทำไมพอลงเล่นเกมจริงแล้วดันโหม่งทำประตูให้ทีมได้ตั้งสองลูก พวกเค้าล้อเลียนผมยังงี้ตลอด ”
   “ ผมปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆในทีมได้ดี บรรยากาศในห้องแต่งตัวที่นี่ก็ยอดเยี่ยม มันกลายเป็นแต้มต่อให้เราทำผลงานในสนามได้ดีตามไปด้วย ผมรู้ตัวว่าผมยังพัฒนาได้อีกมากซึ่งแน่นอนผมหวังว่าจะผมจะทำผลงานกับเอฟเวอร์ตันได้ดียิ่งขึ้น ” อิโวบี้ตั้งเป้าที่จะพาต้นสังกัดประกาศศักดาในศึกพรีเมียร์ลีก

   อเล็ก อิโวบี้ถูกขัดเกลาศาสตร์ลูกหนังกับอะคาเดมี่ของอาร์เซนอล จากนั้นก็ได้รับโอกาสจากอาร์แซน เวนเกอร์ให้ก้าวขึ้นมาทรอดแทรกทีมชุดใหญ่ของไอ้ปืนโตในปี2015 ด้วยวัยเพียง19ปี และด้วยลีลาการกระชากลากเลื้อยริมเส้นอันยอดเยี่ยมก็นำพาให้เจ้าตัวติดทีมชาติไนจีเรียทั้งที่อายุยังไม่ครบ20ปีบริบูรณ์ ทว่าภายหลังจากปักหลังในลอนดอนมาได้4ปีเจ้าตัวก็ตัดสินใจอำลาทีมด้วยผลงานการลงเล่น149นัดและยิงไป15ประตู โดยมาร์โก้ ซิลวาเชื่อมั่นว่าอิโวบี้จะเข้ามาเติมสีสันให้กับเกมริมเส้นของเอฟเวอร์ตันได้เป็นอย่างดี

บาซ่า พลาดเจ๊าโอซาซูน่าทว่าแข้งละอ่อนฟาตี้แจ้งเกิดเต็มตัว

บาซ่า

   เอเนสโต้ บัลด์เบเด้กุนซือบาซ่าทำภารกิจคว้าสามแต้มไม่สำเร็จในการบุกไปเยือนโอซาซูน่า เมื่อทัพอาซูลกาน่าทำได้เพียงเสมอกันไป2-2 ทว่าในความน่าผิดหวังนั้นพวกเค้าก็ยังได้ค้นพบผู้เล่นที่อาจฝากความหวังไว้ได้ในอนาคตอันได้แก่อันซู ฟาติเมื่อแนวรุกริมเส้นสามารถประเดิมสกอร์แรกได้สำเร็จทั้งที่เพิ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างเป็นทางการไปเพียงสองนัดเท่านั้น ทั้งยังเป็นการทำสถิติใหม่ของผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่สุดสำหรับการทำประตูในลีกกระทิงอีกด้วย

   แม็ตซ์ล่าสุดที่โอซาซูน่าต้องดวลกับบาเซโลน่า บัลด์เบเด้ได้ให้โอกาสอันซู ฟาติลงเล่นในช่วงครึ่งเวลาหลัง และเจ้าหนูวัย16ปีก็พังประตูได้ทันทีในเกมดังกล่าวทันที อันเป็นการทำลายสถิติของโบยาน เกร์กิชที่เคยเบิกสกอร์แรกให้เจ้าบุญทุ่มในวัย17ปี เนื่องจากฟาติเพิ่งจะมีอายุได้เพียง16ปีเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นการแจ้งเกิดที่ได้จังหวะพอเหมาะเนื่องจากเวลานี้แนวรุกตัวเก่งของทีมอย่างหลุยส์ ซัวเรส,ลีโอแนล เมสซี่ และอุสมาน เดมเบเล่ต่างอยู่ในช่วงพักแข้งจากอาการบาดเจ็บด้วยกันทั้งสิ้น

ฟาติเกือบเท บาซ่า เทแล้วเผยบาซ่าเจรจาสัญญาใหม่ซ้ำไปมาถึง4รอบ

   ฟาติมีชาติกำเนิดในสาธารณะรัฐกินี-บิสเซาก่อนจะย้ายมาเข้าศูนย์เยาวชนของเซบีญ่าในวัยเพียง8ปี แม้ว่าฝีเท้าของเค้าจะโดดเด่นจนรีล มาดริดและเซบีญ่าหวังจะดึงตัวไปบ่มเพาะต่อ ทว่าในที่สุดฟาติก็เลือกที่จะฝากอนาคตไว้กับศูนย์ฝึกเยาวชนของ ลา มาเซีย(อะคาเดมี่ของบาซ่า) ซึ่งบิกตอร์ บัลเดสอดีตมือกาวชาวสเปนก็เป็นอีกรายที่เคยได้เห็นกับตาในฝีเท้าของปีกดาวรุ่งรายนี้ “ หมอนี่มันร้ายแต่เด็ก ฟาติฉลาดและรวดเร็ว ถ้าคุณไม่แน่จริงคุณก็โดนหลอกหัวหมุนเลยละ ยิ่งถ้าปล่อยให้เค้าได้เล่นอย่างอิสระ เค้าจะยิ่งน่ากลัว ” บัลเดสที่ครั้งหนึ่งเคยซื้อสตั๊ดคู่ใหม่ให้ฟาติกล่าวอย่างชื่นชม

   แท้ที่จริงแล้วสัญญาฉบับเก่าของดาวรุ่งรายนี้ได้หมดลงไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และฟาติเองก็เรียกร้องสัญญาฉบับใหม่ที่สมน้ำสมเนื้อจนทำให้มีการจรจาซ้ำแล้วซ้ำอีกกับบาซ่าถึง4ครั้งก่อนจะบรรลุสัญญาที่ผูกมัดเจ้าตัวไว้ในคัมป์นูถึงปี2022 และมีค่าฉีกสัญญาในราคาถึง100ล้านยูโร ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขที่แปลกเอามากๆสำหรับนักเตะที่ยังไม่เคยลงเล่นในทีมชุดใหญ่(ณ ช่วงเจรจา)ของบาเซโลน่าเลย

มิไฮโลวิช ลากสังขารที่ป่วยลงคุมข้างสนามโบโลญญ่านัดเปิดซีซั่น

มิไฮโลวิช

   ก่อนหน้านี้ไม่นานซินิซ่า มิไฮโลวิชเทรนเนอร์โบโลญญ่าได้ถูกโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวคุกคาม จนเพื่อนๆในวงการรวมทั้งสโมสรต้นสังกัดต่างพยายามโน้มน้าวให้เจ้าตัวพักหน้าที่ผู้จัดการทีมเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งกุนซือจอมปั่นฟรีคิ๊กก็ยอมทำตามและทำให้เจ้าตัวไม่ได้นำลูกทีมลงซ้อมด้วยตัวเองมาเป็นเวลานับเดือนเศษ ทว่าด้วยความเป็นลูกผู้ชายใจเพชรมิไฮโลวิชก็ตัดสินใจฝืนลงทำหน้าที่คุมทีมทั้งๆที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงในเกมนัดแรกของกัลโช่ เซเรียอา

   ทันทีที่มิไฮโลวิชตรวจพบว่ามีอาการป่วยกำลังใจในวงการลูกหนังก็หลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มหัวใจของเค้าอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงลูกทีมโบโลญญ่าที่กล่าวอวยพรให้เทรนเนอร์วัย50ปีกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน และถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้แข็งแรงให้ทันโปรแกรมการแข่งขันนัดแรกของลีกอิตาลี่ ที่โบโลญญ่าจะต้องบุกไปเยือนเวโรน่า และหลังจากอยู่ในการดูแลของแพทย์มาได้41วัน ซินิซ่า มิไฮโลวิชก็ได้ขออนุญาตออกโรงพยาบาลเป็นการชั่วคราวเพื่อลงทำหน้าที่ตามที่ได้รับปากกับลูกทีมไว้

โบโลญญ่าทุ่มเมกันสุดตัวจนคว้าหนึ่งแต้มมากำนัล มิไฮโลวิช กุนซือจอมแกร่ง

   ซินิซ่า มิไฮโลวิชที่ทำการรักษาตัวอยู่ศูนย์บำบัดมะเร็ง “ซาน ออร์โซล่า” ณ โรงพยาบาลเมืองโบโลญญ่า และในระหว่างการบำบัดโรคร้ายเจ้าตัวก็ยังคอยติดตามการซ้อมของทีมผ่านการรับชมวีดีโอคอนเฟอเรนท์มาโดยตลอด และเมื่อถึงวันทำการแข่งขันมิไฮโลวิชก็ได้เดินทางไปพบกับลูกทีมในโรงแรงที่เวโรน่าเพื่อเป็นการเซอไพรซ์ จากนั้นเจ้าตัวก็ได้สร้างความประหลาดใจซ้ำสองด้วยการบอกกับลูกทีมว่าจะลงคุมทีมข้างสนามด้วยตัวเอง จนทำให้บรรยากาศของเกมการแข่งขันในเกมดังกล่าวแฟนบอลในสนาม(โบโลญญ่าหรือแม้แต่แฟนบอล เวโรน่า)ต่างคอยตะโกนชื่อมิไฮโลวิชแทบตลอดทั้งเกม

    ด้วยแบบอย่างความไม่ยอมแพ้ของมิไฮโลวิชก็ทำให้ผู้เล่นโบโลญญ่าลงสนามกันอย่างฮึกเหิมและพังประตูออกนำตั้งแต่นาทีที่15จากผลงานของนิโกล่า ซานโซเน่ แม้จะมาเสียประตูตีเสมอให้เจ้าบ้านในครึ่งหลัง ทว่าพวกเค้าก็ยังเก็บหนึ่งคะแนนสำคัญที่จะเติมเต็มกำลังใจให้ซินิซ่า มิไฮโลวิชใช้ต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวต่อไป เพราะกุนซือของพวกเค้าเคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียบิดาอันเป็นที่รักจากโรคร้ายนี้มาแล้ว ซึ่งหลังจบเกมมิไฮโลวิชก็จะต้องอำลาลูกทีมเพื่อกลับเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลอีต่อไป

ปารีสแซงต์แชร์กแมง ปฏิวัติเกมรับเล็งนาบาสเฝ้าเสาแทนอเรโอล่า

ปารีสแซงต์แชร์กแมง

   หลังพลาดท่าปราชัยให้กับแรนส์ไป1-2 ทีมพระกาฬอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมงอยู่เฉยไม่ได้ โดยพุ่งเป้าไปที่อัลฟงส์ อเรโอล่านายประตูชาวฝรั่งเศสที่ไม่แทบไม่ได้ช่วยปัดป้องใดๆเลยสำหรับสองประตูที่เสียไป จนเทรนเนอร์โธมัส ทูเคิ่ลต้องพิจารณาดึงผู้รักษาประตูคนใหม่ที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยงานแทน และเกย์ลอร์ นาบาสก็เป็นประตูสำรองของรีล มาดริดก็มีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างครบถ้วน ซึ่งเชื่อว่าหากได้ตัวนาบาสมาจริงก็จะทำให้เกมรับของเปเอสเชกลับมาเหนียวแน่นอีกครั้ง

นาบาสรับเบื่อที่ต้องรอข้างสนามไปลุ้นดาบหน้าที่ ปารีสแซงต์แชร์กแมง ดีกว่า

   เปเอสเชเป็นถึงแชมป์เก่าลีกเอิงโดยการทำแต้มหนีทีมอับดับสองอย่างลีลล์ถึง16แต้ม แต่ในซีซั่นใหม่นี้พวกเค้ากลับเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างไม่น่าประทับใจ หลังผ่านโปรแกรมการแข่งขันไปสองนัดพวกเค้าอยู่อันดับ8ในตาราง ซึ่งปัญหาหลักคือพวกเค้าไม่เหลือผู้รักษาประตูที่ฝากผีฝากไข้ได้ไว้ใช้งานมากนักเนื่องจากทั้งจิอันลุยจิ บุฟฟ่อนและเควิน ทรัปป์ต่างเลือกอำลาทีมไปแล้วทั้งคู่ โดยโธมัส ทูเคิ่ลเล็งเห็นว่าอัลฟงส์ อเรโอล่ายังไม่อาจรับแรงกดดันได้สำหรับฤดูกาลที่ยาวนาน รวมถึงไม่มีคู่แข่งในตำแหน่งเดียวกันเข้ามากดดันเพื่อพัฒนาฝีมือการป้องกันประตู ซึ่งหาได้เกย์ลอร์ นาบาสมาร่วมทีมก็จะช่วยจุดประกายให้อเรโอล่าฝึกซ้อมอย่างเต็มที่อีกครั้ง

   เกย์ลอร์ นาบาสพิสูจน์ผลงานกับรีล มาดริดมาแล้ว ผ่านความหนึบในการช่วยทีมเซฟลูกอันตรายและลูกสำคัญๆไว้ได้อยู่ตลอด จนสามารถพาราชันย์ชุดขาวคว้าแชมป์ลาลีก้าหนึ่งสมัย และแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกสามสมัย แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังโดนติโบต์ กูร์กตัวส์แซงหน้าขึ้นมาเป็นมือหนึ่งแทนที่ จนนำพาไปสู่การขอขึ้นบัญชีขายของมือกาวชาวคอสตาริก้าในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งปารีส แซงต์ แชร์กแมงเองก็พร้อมตอบสนองดีลนี้แบบไม่มีปัญหา แม้ว่าผู้รักษาประตูวัย32กะรัตจะรับค่าเหนื่อยราวปีละ10ล้านยูโรก็ตาม

   “ ผมยังคงตั้งใจซ้อมในทุกๆวันเพื่อรักษาความฟิตและมาตรฐานการเล่นเอาไว้ แต่ตราบเท่าที่ไม่ได้ลงเล่นคุณก็จะไม่มีความมั่นใจ มันต้องใช้เวลา และผมคิดว่าผมต้องมองหาทางเลือกอื่นๆบ้างแล้ว ไม่ใช่นั่งรอคอยโอกาสที่ข้างสนามอยู่แบบนี้ ” นาบาสได้ออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ในการยุติบทบาทการเป็นผู้เล่นรีล มาดริดภายหลังจากที่ลงเฝ้าเสาให้ทีมไปแล้ว162เกมตลอดเวลา5ปี