โรนัลดินโญ่ ร่วมยินดีเมสซี่เพื่อนเก่าที่คว้าบัลลงดอร์สมัยที่6

โรนัลดินโญ่

    หลังจากที่ลีโอแนล เมสซี่คว้ารางวัลบัลลงดอร์2019ทำให้เจ้าตัวแซงหน้าคู่ต่อกรอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้สะสมรางวัลจากนิตยสารฟร้องซ์ ฟุตบอลเป็นสมัยที่6เป็นที่เรียบร้อย(โรนัลโด้ได้บัลลงดอร์5สมัย) โดยเพื่อนเก่าในทีมบาเซโลน่าอย่างโรนัลดินโญ่ก็ได้ออกมากล่าวเสริมว่าดาวยิงฟ้าขาวคู่ควรกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้อย่างไม่ต้องสงสัย

    “ เมสซี่รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างดี บัลลงดอร์คือสิ่งที่เค้าคู่ควร ผมยินดีกับเค้าด้วย เราเคยมีความทรงจำดีๆร่วมกันสมัยอยู่คัมป์นู ” โรนัลดินโญ่เผยถึงความยินดีต่อดาวยิงรุ่นน้อง แม้ว่าแฟนบอลจำนวนไม่น้อยจะยังคงกังขาว่าเฟอร์กิล ฟาน ไดค์(ได้อันดับสอง)สมควรจะได้รับรางวัลบัลลงดอร์มากกว่า

โรนัลดินโญ่ ชมไม่เต็มปากยันเมสซี่ไม่ถึงขั้นเก่งที่สุดตลอดกาล

    แม้ว่าจะเพิ่งชมว่าเมสซี่นั้นเก่งยังงั้นยังงี้แต่ทว่าโรนัลดินโญ่ยังตั้งแง่ว่าฝีเท้าดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ก็ยังไม่เข้าขั้นที่เรียกว่าแข้งเบอร์หนึ่งตลอดกาล

    โรนัลดินโญ่เจ้าของเสื้อหมายเลข10ของบาเซโลน่าในยุคก่อนหน้า ได้เคยลงเล่นร่วมกับเมสซี่เป็นเวลา4ปีด้วยกัน ด้วยความที่เคยคลุกคลีตรงนี้ทำให้เจ้าเหยินเล็กได้ลงความเห็นว่าเมสซี่ไม่ได้เก่งกาจเสียจนชนิดที่ว่าไม่มีนักเตะคนไหนๆจะสู้ได้ “ วงการฟุตบอลในยุคก่อนผู้เล่นระดับท็อปมีมาก แต่ละคนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันโชว์ฟอร์ม เปเล่,มาราโดน่า,โรนัลโด้,ซีดาน,กาก้า หรือฟิโก้ แต่ในยุคของเค้า(เมสซี่)มีเพียงคริสเตียโน่ โรนัลโด้เท่านั้นที่ไล่บี้ความสำเร็จกันไปมา เมสซี่อาจจะเก่งที่สุดในช่วงเวลาของเค้า แต่ไม่อาจเรียกว่าเค้าคือที่สุดตลอดกาล ”

    อย่างไรก็ตามการออกมาปัดแข้งปัดขาของโรนัลดินโญ่ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอเล็กซานเดอร์ เคล็บผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมาชิกอัลซูนกราน่าในยุคเดียวกันได้เคยออกมาเปิดเผยนานแล้วว่าโรนัลดินโญ่นั้นไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับเมสซี่ เนื่องจากพฤติกรรมของดาวเตะแซมบ้าค่อนข้างเสเพลสวนทางกับเมสซี่ที่ทำงานหนักในสนามซ้อม และเหตุผลสำคัญที่บาเซโลน่าเลือกที่จะปล่อยตัวโรนัลดินโญ่ออกไปในปี2008นั้น ก็เป็นเพราะทางสโมสรเป็นกังวัลว่าเมสซี่จะเสียคนได้ หากต้องเห็นโรนัลดินโญ่เมาแอ๋ก่อนลงซ้อมในทุกๆวัน แล้วหลังจากกองหน้าแซมบ้าอำลาทีมไปเมสซี่ก็ได้สวมเสื้อหมายเลข10แทนที่เรื่อยมา และเจ้าตัวก็ประสบความสำเร็จกับบาเซโลน่าชนิดข้ามหน้าข้ามตารุ่นพี่อย่างโรนัลดินโญ่ไปไกลโข

สเปอร์ส ส่งสปายตามดูฟอร์มเชโก้หวังดึงช่วยแบ่งเบางานแฮรี่เคน

สเปอร์ส

    ทันทีที่สเปอร์สเปลี่ยนมือมาใช้งานโชเซ่ มูรินโญ่เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมนอกจากความเปลี่ยนแปลงด้านผลงานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาคือข่าวการเสริมทัพที่คึกคักขึ้นกว่าเดิมมาก เมื่อล่าสุดมีรายงานเข้ามาว่ามูรินโญ่ได้ส่งทีมงานติดตามฟอร์มการเล่นของเอดิน เชโก้หัวหอกจอมเก๋าของโรม่าอยู่ในขณะนี้

    เอดิน เชโก้ที่ปัจจุบันอายุก้าวเข้าสู่วัย33กะรัตทว่าก็ยังยิงประตูได้ต่อเนื่อง โดยซีซั่นนี้เจ้าตัวกดไปแล้ว9ประตู(ลงเล่น20นัดรวมทุกรายการ)ให้กับโรม่า ซึ่งทำให้กุนซือชาวโปรตุเกสหมายใจที่จะดึงหัวหอกชาวบอสเนียฯกลับมาล่าตาข่ายในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง(เชโก้เคยค้าแข้งกับแมนซิตี้มาแล้ว) โดยสนนราคาตัวของเชโก้ที่น่าจะอยู่ราว14ล้านปอนด์นั้นไม่น่าจะเกินกำลังที่ยอดทีมจากลอนดอนจะจ่ายไหวอย่างแน่นอน

ดาเรนเบนท์อวยถ้า สเปอร์ส มีทั้งเคนและเชโก้ก็ไม่ต้องกลัวใครอีกแล้ว

    ในขณะเดียวกัน ดาเรน เบนท์อดีตกองหน้าของสเปอร์สก็ออกโรงสนับสนุนให้ทีมเซ็นสัญญากับเชโก้ เนื่องจากมองว่าประสบการณ์ของอดีตกองหน้าตราเรือใบจะช่วยทีมได้อย่างแน่นอน “ เชโก้คือหัวหอกแถวหน้าของยุโรปมาตลอดหลายปี เค้ามีสถิติการทำประตูที่เหลือเชื่อ ที่สำคัญคือเค้าเคยผ่านเวทีพรีเมียร์ลีกน่าแล้ว เชโก้จะช่วยยกระดับการเล่นให้ทีมได้อย่างฉับพลัน ”

     “ สเปอร์สเสียแต้มช่วงต้นฤดูกาลไปมาก  แม้ว่าจะก็ยังเหลือมีโปรแกรมการแข่งขันอีกเพียบ แต่ทีมก็จำเป็นที่ต้องหาตัวช่วยโดยเฉพาะความหวังในการทำประตูอันหนักอึ้งของแฮรี่ เคน การเซ็นสัญญากับเชโก้จะเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ ด้วยประสบการณ์ของเค้า(เชโก้)สเปอร์สจะมีออปชั่นในเกมรุกหลากหลายขึ้น มันจะกลายเป็นฝันร้ายของกองหลังคู่แข่งแน่นอนถ้าเรามีทั้งเคน และเชโก้ ” ดาเรน เบนท์พูดสนับสนุน

     อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาอยู่เล็กน้อยเนื่องจากหากเชโก้เลือกย้ายมารับใช้สเปอร์สจริงเจ้าตัวจะต้องยอมรับบทบาทตัวสำรองที่ข้างสนาม ซึ่งเบนท์มองว่ามูรินโญ่จะมีวิธีจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไม่ยาก “ เมื่อก่อนเชโก้ก็เคยต้องสลับกันเล่นกับกุน อเกวโร่ที่แมนซิตี้มาแล้ว ดังนั้นการที่ต้องนั่งรอข้างสนามบ้างคงเป็นเรื่องเข้าใจได้ โชเซ่จะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน เค้า(มูรินโญ่)เป็นผู้จัดการทีมระดับตำนาน การรับมือสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเค้า อีกทั้งการให้โอกาสลงเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็น่าจะทำให้เชโก้แฮปปี้อยู่ไม่น้อย ” ดาเรน เบนท์ อดีตหัวหอกที่ซัดไป18ประตูให้สเปอร์สออกความเห็น

อัลเลกรี ส่งซิกซ์รับงานผู้ดีเผยเริ่มเรียนภาษาอังกฤษแล้ว

อัลเลกรี

    หลังจากประกาศวางมือจากการทำทีมยูเวนตุสก็ทำให้กุนซือฝีมือดีอย่างมักซิมิเลียโน่ อัลเลกรีมีชื่อเชื่อมโยงกับหลายต่อหลายทีมในพรีเมียร์ลีก แม้ว่ายังไม่มีการเซ็นสัญญากับสโมสรใดๆแต่ทว่าเทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยนก็ได้แสดงความนัยบางอย่างที่ชี้นำได้ว่าอาจข้ามมารับงานแดนผู้ดีในอนาคต

    มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรีได้เปิดเผยผ่านสื่อในอิตาลี่ว่ากำลังเข้าคอร์สภาษาอังกฤษอยู่ในเวลานี้ “ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมอยากพักผ่อนแต่ผมก็ใช้เวลาในช่วงนี้เรียนภาษาอังกฤษไปด้วย มันสนุกดีที่ได้เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ แม้ว่าผมจะยังฟังการสนทนาที่เร็วมากๆไม่ค่อยทันก็ตาม ผมยังฝึกมันอยู่เรื่อยๆผ่านการชมภาพยนตร์ ตอนนี้ผมพอที่จะฟังการสนทนาภาษาอังกฤษได้บ้างแล้ว ”

     การบอกให้รู้ว่าเตรียมตัวฝึกภาษาอังกฤษไว้แล้วของอัลเลกรีนั้นอาจทำให้โอกาสทำงานในอังกฤษเปิดกว้างมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้อดีตกุนซือยูเวนตุสที่ข่าวพัวพันกับสองสโมสรดังอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล แต่ล่าสุดแมนซิตี้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของอัลเลกรีได้เช่นกัน เมื่อผลงานในซีซั่นนี้ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าชักไม่สดใสเท่าไหร่ หลังจากหลุดมารั้งอันดับสามในตารางจนมีแต้มตามหลังคู่ปรับตัวฉกาจอย่างลิเวอร์พูลถึง14คะแนนด้วยกัน

อัลเลกรี ยันขอเบรกหนึ่งปีงานใหม่ต้องหลังซัมเมอร์หน้าเท่านั้น

     อัลเลกรียังได้ให้ความชัดเจนเพิ่มเติมว่าจะไม่มีการรับงานใหม่ในช่วงกลางซีซั่นอย่างแน่นอน “ การคลุกคลีกับวงการฟุตบอลมานานทำให้ผมรู้สึกว่าต้องพักเติมไฟให้ตัวเองบ้าง หลังจากแยกทางกับยูเวนตุสผมได้ปรึกษากับทีมงานแล้ว(โจวานนี่ บรันคินี่เอเยนต์ส่วนตัว)เราสรุปกันไว้เช่นนั้น เราคงไม่เห็นการรับงานใหม่ในช่วงนี้(กลางซีซั่น)อย่างแน่นอน ”

     มีเป็นไปได้อย่างมากที่มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรีจะรอเฟิร์มทีมใหม่ในช่วงฤดูกาลหน้า “ อย่างเร็วที่สุดก็คงเป็นซีซั่นหน้า หรืออาจหลังจากนั้น ผมไม่มีแผนการใดๆและไม่ได้พูดคุยกับสโมสรไหนๆไว้ทั้งนั้น เราจะไม่รีบร้อนกับเรื่องนี้ แต่ที่แน่ๆคือผมยังไม่ได้หันหลังให้วงการฟุตบอล ” กุนซือวัย52กะรัตให้คำมั่น

     มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรีคือกุนซือที่ประสบความสำเร็จอย่างโชกโชนกับบทบาทผู้จัดการทีมในอีตาลี่ด้วยการคว้าสคูเด็ตโต้(แชมป์กัลโช่)มาแล้วถึง6สมัยกับทั้งมิลาน(1สมัย)และยูเวนตุส(5สมัย) แต่ด้วยการไม่สามารถพายูเวนตุสคว้าถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ได้รองแชมป์2สมัย)ได้เสียทีจึงทำให้โดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา(พ.ค.2019)

เอเมรี่ สลดหนัก!แข้งปืนไม่แสดงเสียใจเลยเมื่อรู้เรื่องโดนปลด

เอเมรี่

     หลังจากกลายเป็นอดีตผู้จัดการทีมอาร์เซนอลไปเรียบร้อย อูไน เอเมรี่ ได้มีข่าววงออกมาแฉว่าทันทีที่นักเตะปืนใหญ่ได้ทราบเรื่องการปลดอากาศกลับไม่มีใครแสดงอาการเสียใจกับเรื่องนี้เลย อันเป็นเครื่องยืนยันว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนได้หมดความน่าเชื่อถือในสายตาลูกทีมไปนานแล้ว

     นับตั้งแต่เข้ามารับงานอูไน เอเมรี่ได้พยายามเปลี่ยนถ่ายแข้งซีเนียร์ของทีมปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทำให้แจ็ค วิลเชียร์,อารอน แรมซี่ย์ และโรล็อง กอสเซียนี่ต่างต้องอำลาสโมสรไปก่อนเพื่อน ซ้ำร้ายยังมีความพยายามที่จะลดบทบาทของเมซุต โอซิล(ช่วงต้นฤดูกาลไม่ส่งลงสนามเลย)แล้วหันไปผลักดันกรานิต ชาก้าขึ้นมาเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว ทว่าก็กลายเป็นความหายนะเมื่อกองกลางชาวสวิตซ์กลับไปทะเลาะกับแฟนบอลอาร์เซนอลอย่างน่าอาย ทั้งยังปฏิเสธที่จะส่งต่อปลอกแขนกัปตันให้กับโอบาเมยองอีกต่างหาก(ปาลงพื้นให้เพื่อนหยิบไปเอง)

ลากาแซตต์&โอบาเมยอง รู้สึกโล่งใจเมื่อ เอเมรี่ โดนปลด

     มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ยืนยันว่าอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองเป็นสองคีย์แมนในเกมรุกรู้สึกโล่งใจด้วยซ้ำหลังจากที่เอเมรี่ต้องจากไป เนื่องจากบรรยากาศในห้องแต่งตัวอาร์เซนอลเริ่มไม่คึกครื้นอีกแล้วนับตั้งแต่กรานิต ชาก้าสร้างเรื่องอัปยศ ทว่าอูไน เอเมรี่กลับแสดงท่าทีว่าพร้อมจะหนุนหลังนักเตะเจ้าปัญหาจนนักเตะในทีมต่างรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่ากุนซือชาวสเปนเลือกปฏิบัติต่อนักเตะอย่างไม่เป็นมืออาชีพ(เลือกที่รักมักที่ชัง)

อาร์เซนอล เดินต่อลุงเบิร์กนำทีมลงซ้อมด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

      อาร์เซนอลได้แต่งตั้งเฟรดริก ลุงเบิร์กกุนซือชุดU-15&U-23ขึ้นมาคุมทีมเป็นการชั่วคราว พร้อมให้สตีฟ โบลด์เป็นผู้ช่วย ซึ่งทันทีที่ลุงเบิร์กนำนักเตะลงฝึกซ้อมบรรยากาศในทีมก็ดูสดชื่นขึ้นทันที เมื่อพิจารณาจากภาพที่นักเตะซ้อมกันอย่างผ่อนคลายรวมถึงสีหน้าของผู้จัดการทีมเฉพาะกิจอย่างลุงเบิร์กที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา

     แต่ไม่ว่าอดีตปีกชาวสวีเดนจะพาทีมอาร์เซนอลเอาชนะนอริสในสุดสัปดาห์นี้ได้หรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าทีมดังแห่งลอนดอนจะต้องทำการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างเป็นทางการในเร็ววัน เนื่องจากลุงเบิร์กยังไม่มีไลน์เซนในระดับผู้จัดการทีมจึงหมดโอกาสที่เจ้าตัวจะได้รับตำแหน่งกุนซือถาวร ในเวลานี้แคนดิเดตมีลุ้นได้นั่งเก้าอี้กุนซือคนคนต่อไปของอาร์เซนอลประกอบด้วยมักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี,เมาริซิโอ โปรเชตติโน่,นูโน่ เอสปิริโต ซานโต และปาทริค วิเอร่า

กรีซมันน์ ยอมรับเสียงอ่อยยังไม่เข้าที่เข้าทางกับบาเซโลน่า

กรีซมันน์

   ด้วยการมีชื่อเป็นเป้าหมายของบาซ่าอยู่หลายปีทำให้อองตวน กรีซมันน์อยู่ในสภาวะกดดันอย่างมากกับชีวิตการค้าแข้งในคัมป์นู ซ้ำร้ายผลงานการยิงประตูของเจ้าตัวกลับไม่เด็ดสะเด่าเท่าสมัยอยู่ตราหมีอีกต่างหาก ทำให้กรีซมันน์ต้องออกมายอมรับเองเลยว่ามาตรฐานการเป็นผู้เล่นบาเซโลน่านั้นสูงมากและเจ้าตัวอาจต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อยเพื่อปรับตัว

   กรีซมันน์ลงเล่นให้เจ้าบุญทุ่มไปแล้ว17นัดยิงได้5ประตูพร้อมกับทำทางอีก3แอสซิสต์ซึ่งดูเหมือนผลงานดังกล่าวจะยังไม่เป็นที่พึงพอใจของเหล่าสาวกอัลซูนกราน่า “ การเล่นให้บาซ่าเหมือนผมได้กลับไปเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง แม้ว่าผมจะอายุ28ปีแล้วก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างในทีมเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม บาเซโลน่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และผมกำลังพยายามทำตัวกลมกลืนกับสิ่งเหล่านี้ไปให้ได้ มันอาจต้องใช้เวลาอีกหน่อยแต่ผมรับประกันว่าผมจะมอบสิ่งดีๆให้กับทีมได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน ”

     “ มันมีบ้างที่ผมยังเดาใจเพื่อนๆไม่ออก เค้าจะเคลื่อนไหวไปทางไหน หรือผมไปรอจุดนี้แล้วเค้าจะให้บอลผมรึเปล่า มันทำให้ผมเล่นได้ยังไม่มั่นใจเต็มที่ แต่ผมคิดว่ามันกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ” หัวหอกดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวอย่างมุ่งมั่น

กรีซมันน์ รับยังไม่เข้าขาแต่หลงรักสไตล์บอลบาซ่าไปเรียบร้อย

    สื่อในสเปนต่างเห็นพ้องกันว่ากรีซมันน์ยังเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานในซีซั่นนี้ เนื่องจากยังไม่เข้าขารู้ใจกับเพื่อนร่วมทีมอย่างหลุยส์ ซัวเรส,ลีโอแนล เมสซี่ และอุสมานด์ เดมเบเล่เท่าที่ควร ซึ่งตัวกรีซมันน์เองก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงแต่เจ้าตัวก็ยังยืนกรานว่าจะยกระดับการเล่นให้ขึ้นมาเทียบเท่ากับเพื่อนร่วมทีมให้จงได้ “ ใช่ผมยังทำได้ไม่ดีพอ แต่การได้เล่นตามแนวฟุตบอลของบาซ่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม มันทำให้ผมรู้สึกว่าต้องกระตุ้นตัวเองให้ดีกว่านี้ ผมจะต้องปรับตัวเข้ากับระบบทีมได้แน่นอน ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล เราจะได้เห็นกันว่ากรีซมันน์คู่ควรกับการเป็นผู้เล่นบาซ่า ” กรีซมันน์ยืนยันว่ายังไม่คิดยอมแพ้

    อองตวน กรีซมันน์ถูกบาเซโลน่าซื้อตัวมาด้วยค่าตัวกว่า120ล้านยูโร เนื่องจากสมัยค้าแข้งอยู่กับแอตมาดริดเจ้าตัวสถาปนาขึ้นมาเป็นกองหน้าเบอร์ต้นๆของลีกกระทิงอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการพาทีมตราหมีคว้าแชมป์ลาลีก้า,ยูโรป้าลีกส์ และยูฟ่าซุปเปอร์คัพอย่างละหนึ่งสมัย โดยตลอดการค้าแข้ง5ปีกับแอตมาดริด กรีซมันน์ซัดรวมกันถึง133ประตูเลยทีเดียว