เมสซี่ เบียดฟานไดค์คว้าผู้เล่นยอดเยียมของฟีฟ่าเป็นสมัยที่หก

เมสซี่

    แม้ว่าผลงานกับทีมชาติอาร์เจนติน่าจะไม่สบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์โคปา อเมริกาเมื่อช่วงกลางปี ทว่าลีโอแนล เมสซี่ก็ยังได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปี2019 โดยสามารถเบียดตัวเต็งอย่างเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ไปได้8คะแนน (เมสซี่ได้46คะแนน,ฟาน ไดค์ได้38คะแนน และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ได้36คะแนน)เท่านั้น ซึ่งรางวัลดังกล่าวได้เป็นชื่อมาเป็น “ เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า เมนส์ เพลเยอร์ ” ในขณะที่หลายคนอาจคุ้นหูกับคำเรียกเดิม “ ฟีฟ่า บัลลง ดอร์ ” มากกว่า

    ซีซั่นที่แล้วลีโอแนล เมสซี่พาบาเซโลน่าคว้าแชมป์ลาลีก้าเพียงรายการเดียวเท่านั้น แต่ทว่าจำนวนประตู51เม็ดจากการลงเล่นทั้งฤดูกาล ก็ยังทำให้บรรดาแฟนบอล,กุนซือทีมชาติ และนักข่าวฟุตบอลในแต่ละประเทศต่างโหวตให้ดาวยิงทัพฟ้าขาวครองรางวัลนี้อีกครั้งเป็นสมัยที่หก และการประกาศรางวัลในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการหักปากกาเซียนเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้าที่จะมีการประกาศรางวัลสื่อลูกหนังทั่วโลกต่างยกให้เฟอร์กิล ฟาน ไดค์เป็นตัวเต็งที่จะได้รางวัลนี้ไปครอง

ฟานไดค์ร่วมยินดี เมสซี่ พร้อมยันไม่นอยด์ที่ชวดรางวัลดังกล่าว

    ด้วยผลงานในการขันเกมรับลิเวอร์พูลให้แข็งแกร่งจนผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก(แถมได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย)ทำให้เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ได้รับการเจิมจากเกจิลูกหนังหลายสำนักว่าปีนี้ละ เจ้าตัวจะได้ครองรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีแน่นอนแต่สุดท้ายกองหลังชาวดัตซ์ก็ชวดรางวัลดังกล่าวด้วยผลต่างคะแนนเพียงไม่กี่หยิบมือ “ ผมต้องขอแสดงความยินดีกับเมสซี่ เค้ารักษามาตรฐานการเล่นกับบาเซโลน่ามาเป็น10ปี มีเค้าเท่านั้นที่คู่ควรกับมัน ส่วนตัวผมเองก็โอเค ผมไม่ตั้งเป้าหมายว่ากับความสำเร็จส่วนตัว แต่ผมอยากมีความสำเร็จกับลิเวอร์พูลมากกว่า ซึ่งผมก็ได้ถ้วยยูซีแอลกับลิเวอร์พูลมาแล้ว ดังนั้นมันเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวผม ไม่มีอะไรที่ผมต้องเสียใจแม้แต่น้อย ”

   “ การโหวตคะแนนก็เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นเสียงจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับเกมฟุตบอลทั้งนั้น ซึ่งผลออกมาก็อย่างที่เห็นคือเมสซี่คว้ารางวัลไป ตัวเองก็ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบกับเค้า(เมสซี่)อยู่แล้ว แค่ผมได้มีโอกาสมาร่วมงานในวันนี้ก็ถือว่าเป็นเกียรติมากพอแล้ว ” กองหลังวัย28ปีกล่าวทิ้งท่าย

   อย่างไรก็ตามแฟนบอลลิเวอร์พูลก็ยังพอได้เฮกันอยู่บ้าง เมื่อรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีตกเป็นของ เจอร์เกน คล็อปป์ และรางวัลผู้รักษประตูยอดเยี่ยมตกเป็นของอลิสซง เบ็คเกอร์

เชลซี กั๊กลูกชายเชว่าเข้าอะคาเดมี่หวังโตมาจะเปรี้ยงเหมือนพ่อ

เชลซี

    หลังจากปีนี้เชลซีหันมาเปลี่ยนแนวทางทำทีมด้วยการดันแข้งเยาวชนขึ้นมารับใช้ทีมชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โทนี่ อับบราฮัม,เมสัน เม้าท์,รูเบน ลอฟตัส-ชีค และคัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอยร์ และทำให้แฟรงค์ แลมพาดเริ่มหันมาโฟกัสในการสรรหาดาวรุ่งพรสวรรค์มาเติมไว้ในอะคาเดมี่ของทีมมากขึ้น โดยแอบหวังจะได้เห็นนักเตะเจนเนอเรชั่นใหม่ๆทรอดแทรกขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ให้มากยิ่งขึ้น อันนำไปสู่การดึงตัวคริสเตียน เชฟเชนโก้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในศูนย์ฝึกเยาวชน ซึ่งเจ้าหนูคนนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นลูกชายแท้ๆของอดีตกองหน้าเชลซีอย่างอังเดรย์ เชฟเชนโก้นั่นเอง

    ตำนานดาวยิงทีมชาติยูเครน อังเดรย์ เชฟเชนโก้เคยถูกยกย่องให้เป็นกองหน้าที่น่าเกรงขามที่สุดในยุโรป ทั้งเคยลงเล่นให้กับดิมาโมเคียฟ,เอซีมิลาน และเชลซี พิสูจน์ความเก่งกายด้วยการผลิตสกอร์ตลอดอาชีพค้าแข้ง342ประตูจนทำให้เชลซีต้องตัดสินใจรับลูกชายคนรองของเชฟเชนโก้เอาไว้กับอะคาเดมี่เสียแต่เนิ่นๆ แม้เจ้าหนูคริสเตียน เชฟเชนโก้จะมีอายุเพียง12ปีก็ตาม

เชฟเชนโก้ยิ้มไม่หุบเป็นเกียรติ เชลซี รับลูกชายไว้บ่มฝีเท้า

    อังเดรย์ เชฟเชนโก้ยังเคยรับใช้เชลซีในช่วงปี2006-2009 และคว้าแชมป์ลีกคัพมาหนึ่งสมัยได้เผยความรู้สึกอันประทับใจต่อเชลซี “ ผมบอกกับลูกชายว่าเชลซีมีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่แค่ไหน นี่เป็นสโมสรที่มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และผมก็ดีใจแทนคริสเตียนจริงๆที่เค้าจะได้อยู่กับอะคาเดมี่ของเชลซี เค้าจะได้รับการฝึกและพัฒนาฝีเท้าไปได้อีกไกลเพราะที่นี่เต็มไปด้วยดาวรุ่งฝีเท้าดี ผมคงไม่กดดันอะไรเค้าหรอก ก็หวังแค่ว่าเค้าจะสนุกกับเกมฟุตบอลที่นี่ ” เจ้าของผลงาน23ประตูกับเชลซีกล่าวอย่างยินดี

    นอกจากนี้คริสเตียน เชฟเชนโก้ก็ยังมีทางเลือกให้รับใช้ทีมชาติ(ในฐานะนักฟุตบอล)ได้ถึงสามประเทศ ได้แก่ ยูเครน,สหรัฐอเมริกา และโปลแลนด์(ภรรยาของเชว่าเป็นนางแบบลูกครึ่งอเมริกัน-โปลแลนด์)ซึ่งอดีตกองหน้าวัย42ปีก็มองว่าเป็นโอกาสอันดีและเมื่อถึงเวลานั้นเค้าก็จะไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจของลูกชาย “ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ ผมก็จะให้เค้าได้เลือกตามใจตัวเอง ผมหวังแค่ให้เค้ามีความสุขกับการเล่นฟุตบอลก็พอ แต่มันอีกตั้งนานลูกชายผมยังอายุไม่เต็ม13ปีเลยนะ เราอยากให้มันค่อยเป็นค่อยไปสำหรับเรื่องนี้ ”

วิลเลี่ยมส์ โดนเเมนยูตามจีบแต่แห้วเพราะบิลเบาไม่เล่นด้วย

วิลเลี่ยมส์

   ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนตลาดซื้อขายผู้เล่นจะปิดตัวลง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ปล่อยผู้เล่นตัวรุกอย่างอเล็กซิส ซานเชส และโรเมลู ลูกากูออกไปจากทีม จนหลายคนคิดว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาเฉยเมยไม่คิดซื้อกองหน้าเพิ่มอีก ทว่าบอกเลยว่าแท้ที่จริงแล้วปีศาจแดงไม่ได้นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ เมื่ออินากี้ วิลเลี่ยมส์หัวหอกจอมเนื้อหอมของแอธเลติกบิลเบาได้ออกมากระซิบกับนักข่าวว่าเจ้าตัวเคยได้รับการติดต่อจากแมนยูจริง

   ช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาแมนยูตกเป็นขี้ปากใครๆว่าเป็นตัวเต็งที่จะเซ้งอินากี้ วิลเลี่ยมส์มาร่วมทีมที่ค่าตัวราว80ล้านปอนด์ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีความเคลื่อนไหวๆจากฝั่งแอธเลติกบิลเบาต้นสังกัดเลย แต่แล้วกองหน้าวันเบญจเพสก็ได้ออกมายอมรับเองถึงความสนใจจากฝากฝั่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด “ เอาเป็นว่าเอเยนต์ผมได้รับการติดต่อแมนยูจริงในช่วงซัมเมอร์ แต่มันก็เพียงเท่านั้น ผมยังคงเป็นผู้เล่นบิลเบา และผมเคารพต้นสังกัดของผมอย่างเต็มใจ ” กองหน้าทีมชาติสเปนกล่าวยืนยัน

วิลเลี่ยมส์ ซึ่งใจต้นสังกัดตั้งเป้ายิงให้แอธฯบิลเบาเท่านั้น

  แอธเลติกบิลเบาให้โอกาสอินากี้ วิลเลี่ยมส์ได้ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี2014 และดาวยิงผิวสีก็ฉายแสงความเป็นยอดดาวยิงอย่างเป็นลำดับ กระทั่งมีชื่อติดทัพกระทิงดุ(ทีมชาติสเปน)ชุดอายุต่ำกว่า21ปี และติดทีมชาติชุดใหญ่ในเวลาต่อมา ซึ่งทำให้วิลเลี่ยมส์รู้สึกติดค้างสโมสรต้นสังกัดเสมอมา “ ผมได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอจากบิลเบา มันเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้ผมไม่เคยยอมแพ้ และเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนาน ฉะนั้นการต่อสัญญากับบิลเบาเป็นอะไรที่ผมตั้งใจไว้อยู่แล้ว ข่าวลือจะพูดยังไงก็ช่าง แต่ผมบอกคุณตรงนี้ว่าผมไม่เคยเสียดายที่ไม่ได้ย้ายออก ผมจะเล่นให้บิลเบายันแขวนสตั๊ดก็ยังได้ ”  

   ปัจจุบันทีมดังแห่งแคว้นบาสก์(แอตเลติกบิลเบา)เพิ่งจับเจ้าขยายสัญญาค้าแข้งไปอีก9ปีพร้อมเงื่อนไขฉีกสัญญาสูงถึง125ล้านปอนด์แต่เจ้าตัวก็ยังยอมรับว่าเป็นเกียรติที่ได้รับความสนใจจากทีมอย่างแมนยู “ ผมเคารพต้นสังกัดเท่าๆกับทีมอื่นๆนะ ผมไม่มีเจตนาจะดูถูกดูแคลนทีมอื่นๆ แมนยูเป็นทีมชั้นนำของอังกฤษ การได้รับความสนใจจากทีมระดับนี้ย่อมทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีค่า เพียงแต่ผมยอมให้บิลเบาเป็นคนตัดสินใจอนาคต ตราบเท่าที่เค้ายังต้องการผมอยู่ผมก็จะเคารพสัญญาเหล่านั้น ” เจ้าของผลงาน48ประตูในลาลีก้าอธิบายอย่างมุ่งมั่น

เอฟเวอร์ตัน ยิ้มกริ่มอเล็กอิโวบี้ปรับตัวเข้ากับระบบทีมโดยพลัน

เอฟเวอร์ตัน

   ท็อฟฟี่สีน้ำเงินทำผลงานในซีซั่นนี้ได้อย่างน่าพึงพอใจ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฝีเท้าของอเล็ก อิโวบี้ปีกตัวใหม่ที่เซ้งต่อมาจากอาร์เซนอล โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่เอฟเวอร์ตันคว้าสามแต้มได้จากการเฉือนชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน3-2 และปีกไนจีเรียก็ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและก็ยังสามารถทำประตูได้ในเกมดังกล่าวอีกด้วย

   เอฟเวอร์ตันจ่ายเงินไป34ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวอเล็ก อิโวบี้มาร่วมทีม และมาร์โก้ ซิลวาก็วางใจให้ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียได้มีโอการลงสนามไปแล้ว3เกม ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแทนด้วยผลงานการยิงสองประตู(ในคาราบาวคัพกับลินคอนซิตี้อีกหนึ่งประตู) จนแฟนบอลเอฟเวอร์ตันชักจะมั่นใจแล้วว่าดีลนี้มีโอกาสจะเป็นการซื้อขายผู้เล่นที่คุ้มค่าที่สุดของซีซั่นนี้เลยก็เป็นได้

อิโวบี้เขินเพื่อนทีม เอฟเวอร์ตัน ล้อซ้อมโขกแสนห่วยแต่ทำสองสกอร์ด้วยหัวซะงั้น

   อเล็ก อิโวบี้ทะยานโขกประตูขึ้นนำ2-1ในเกมล่าสุดในนาทีที่12แม้ในเกมเพื่อนๆในทีมจะเข้ามาร่วมฉลองประตูอย่างสุดเหวี่ยง ทว่าดาวเตะวัย23ปีกลับบอกว่านอกสนามนักเตะในทีมเอฟเวอร์ตันต่างมีท่าทีที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง “ เพื่อนๆในทีมต่างอำกันตลอด พวกเค้าว่าอเล็กตอนซ้อมกันนายขึ้นโหม่งไม่เคยเข้ากรอบเลย โหม่งวืดก็ยังมี แต่ทำไมพอลงเล่นเกมจริงแล้วดันโหม่งทำประตูให้ทีมได้ตั้งสองลูก พวกเค้าล้อเลียนผมยังงี้ตลอด ”
   “ ผมปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆในทีมได้ดี บรรยากาศในห้องแต่งตัวที่นี่ก็ยอดเยี่ยม มันกลายเป็นแต้มต่อให้เราทำผลงานในสนามได้ดีตามไปด้วย ผมรู้ตัวว่าผมยังพัฒนาได้อีกมากซึ่งแน่นอนผมหวังว่าจะผมจะทำผลงานกับเอฟเวอร์ตันได้ดียิ่งขึ้น ” อิโวบี้ตั้งเป้าที่จะพาต้นสังกัดประกาศศักดาในศึกพรีเมียร์ลีก

   อเล็ก อิโวบี้ถูกขัดเกลาศาสตร์ลูกหนังกับอะคาเดมี่ของอาร์เซนอล จากนั้นก็ได้รับโอกาสจากอาร์แซน เวนเกอร์ให้ก้าวขึ้นมาทรอดแทรกทีมชุดใหญ่ของไอ้ปืนโตในปี2015 ด้วยวัยเพียง19ปี และด้วยลีลาการกระชากลากเลื้อยริมเส้นอันยอดเยี่ยมก็นำพาให้เจ้าตัวติดทีมชาติไนจีเรียทั้งที่อายุยังไม่ครบ20ปีบริบูรณ์ ทว่าภายหลังจากปักหลังในลอนดอนมาได้4ปีเจ้าตัวก็ตัดสินใจอำลาทีมด้วยผลงานการลงเล่น149นัดและยิงไป15ประตู โดยมาร์โก้ ซิลวาเชื่อมั่นว่าอิโวบี้จะเข้ามาเติมสีสันให้กับเกมริมเส้นของเอฟเวอร์ตันได้เป็นอย่างดี

บาซ่า พลาดเจ๊าโอซาซูน่าทว่าแข้งละอ่อนฟาตี้แจ้งเกิดเต็มตัว

บาซ่า

   เอเนสโต้ บัลด์เบเด้กุนซือบาซ่าทำภารกิจคว้าสามแต้มไม่สำเร็จในการบุกไปเยือนโอซาซูน่า เมื่อทัพอาซูลกาน่าทำได้เพียงเสมอกันไป2-2 ทว่าในความน่าผิดหวังนั้นพวกเค้าก็ยังได้ค้นพบผู้เล่นที่อาจฝากความหวังไว้ได้ในอนาคตอันได้แก่อันซู ฟาติเมื่อแนวรุกริมเส้นสามารถประเดิมสกอร์แรกได้สำเร็จทั้งที่เพิ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างเป็นทางการไปเพียงสองนัดเท่านั้น ทั้งยังเป็นการทำสถิติใหม่ของผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่สุดสำหรับการทำประตูในลีกกระทิงอีกด้วย

   แม็ตซ์ล่าสุดที่โอซาซูน่าต้องดวลกับบาเซโลน่า บัลด์เบเด้ได้ให้โอกาสอันซู ฟาติลงเล่นในช่วงครึ่งเวลาหลัง และเจ้าหนูวัย16ปีก็พังประตูได้ทันทีในเกมดังกล่าวทันที อันเป็นการทำลายสถิติของโบยาน เกร์กิชที่เคยเบิกสกอร์แรกให้เจ้าบุญทุ่มในวัย17ปี เนื่องจากฟาติเพิ่งจะมีอายุได้เพียง16ปีเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นการแจ้งเกิดที่ได้จังหวะพอเหมาะเนื่องจากเวลานี้แนวรุกตัวเก่งของทีมอย่างหลุยส์ ซัวเรส,ลีโอแนล เมสซี่ และอุสมาน เดมเบเล่ต่างอยู่ในช่วงพักแข้งจากอาการบาดเจ็บด้วยกันทั้งสิ้น

ฟาติเกือบเท บาซ่า เทแล้วเผยบาซ่าเจรจาสัญญาใหม่ซ้ำไปมาถึง4รอบ

   ฟาติมีชาติกำเนิดในสาธารณะรัฐกินี-บิสเซาก่อนจะย้ายมาเข้าศูนย์เยาวชนของเซบีญ่าในวัยเพียง8ปี แม้ว่าฝีเท้าของเค้าจะโดดเด่นจนรีล มาดริดและเซบีญ่าหวังจะดึงตัวไปบ่มเพาะต่อ ทว่าในที่สุดฟาติก็เลือกที่จะฝากอนาคตไว้กับศูนย์ฝึกเยาวชนของ ลา มาเซีย(อะคาเดมี่ของบาซ่า) ซึ่งบิกตอร์ บัลเดสอดีตมือกาวชาวสเปนก็เป็นอีกรายที่เคยได้เห็นกับตาในฝีเท้าของปีกดาวรุ่งรายนี้ “ หมอนี่มันร้ายแต่เด็ก ฟาติฉลาดและรวดเร็ว ถ้าคุณไม่แน่จริงคุณก็โดนหลอกหัวหมุนเลยละ ยิ่งถ้าปล่อยให้เค้าได้เล่นอย่างอิสระ เค้าจะยิ่งน่ากลัว ” บัลเดสที่ครั้งหนึ่งเคยซื้อสตั๊ดคู่ใหม่ให้ฟาติกล่าวอย่างชื่นชม

   แท้ที่จริงแล้วสัญญาฉบับเก่าของดาวรุ่งรายนี้ได้หมดลงไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และฟาติเองก็เรียกร้องสัญญาฉบับใหม่ที่สมน้ำสมเนื้อจนทำให้มีการจรจาซ้ำแล้วซ้ำอีกกับบาซ่าถึง4ครั้งก่อนจะบรรลุสัญญาที่ผูกมัดเจ้าตัวไว้ในคัมป์นูถึงปี2022 และมีค่าฉีกสัญญาในราคาถึง100ล้านยูโร ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขที่แปลกเอามากๆสำหรับนักเตะที่ยังไม่เคยลงเล่นในทีมชุดใหญ่(ณ ช่วงเจรจา)ของบาเซโลน่าเลย