อาร์เซนอล 2019 กับผลงานในสนามที่เปลี่ยนไปนี่คือเครดิตของอูไน

อาร์เซนอล

   อาร์เซนอลที่ในอดีตคือทีมในกลุ่มหัวตารางที่ครั้งหนึ่งเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันยังยอมรับว่านี่คือทีมที่เล่นด้วยยากมากๆที่หนึ่ง ทว่าการเวลาเปลี่ยนผ่านความน่าเกรงขามของไอ้ปืนใหญ่ก็เริ่มเลือนหายไป กระทั่งช่วง2-3ปีให้หลังพวกเค้าหลุดจากท๊อปโฟว์อย่างเต็มตัว ทว่าพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่นี้หลังผ่านไปสองเกมอันดับในตารางของอาร์เซนอลคือรองจ่าฝูงที่เก็บ6คะแนนเต็ม ซึ่งนับเป็นผลงานที่พัฒนาไปไกลมาก ซีซั่น2016/17สองเกมแรกเก็บได้แต้มเดียวเสียประตูไปทั้งหมด4เม็ด ซีซั่น2017/18สองเกมแรกเก็บ3แต้มเสีย4ประตู และซีซั่น2018/19สองเกมแรกไม่มีแต้มเสีย5ประตู

ในขณะที่ซีซั่นนี้พวกเค้าเก็บ6แต้มเต็มเสียไปเพียงประตูเดียว แถมยังเก็บคลีนชีตเกมเยือนได้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลที่ออกไปชนะนิวคาสเซิล1-0 ซึ่งในปีก่อนพวกเค้าไม่เสียประตูในการเป็นทีมเยือนแค่เพียงนัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาล สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอูไน เอเมรี่ชักเริ่มแก้ปัญหาของอาร์เซนอลได้อย่างเห็นผล ทั้งที่พวกเค้ามีข้อจำกัดอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เล่นบาดเจ็บ,งบประมาณการเสริมทัพและผลงานเกมรับที่เสียประตูง่าย จนทำให้สื่อในอังกฤษชักเริ่มกลับมาจับตามองที่อูไน เอเมรี่เป็นพิเศษว่าปีนี้เทรนเนอร์ชาวสเปนอาจพาปืนใหญ่กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

เอเมรี่นายใหญ่ อาร์เซนอล รับการมีแข้งสตาร์ให้เลือกใช้งานทำให้ผลงานกระเตื้อง

   ซีซั่นนี้อาร์เซนอลเริ่มต้นผลงานอันสดใสด้วยการขาดหายไปของผู้เล่นตัวความหวังหลายราย เมซุต โอซิล(มีปัญหาเรื่องการโดนปล้นจนเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย),เอคตอร์ เบเยริน(เจ็บ),คีแรน เทียร์นี่(เจ็บ),ลูคัส ตอเรย์ร่า(ไม่ฟิต) และกรานิต ชาก้า(ไม่ฟิต) จนอูไน เอเมรี่เองก็ยังออกปากว่านี่อาจเป็นเรื่องดี “ เราไม่มีชาก้าและโอซิลที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ แต่เราสู้กันได้ดี มันทำให้ผมมั่นใจ ในฤดูกาลที่ยาวนาน ผู้เล่นบางคนอาจถูกใช้งานในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป ปีก่อนเราไม่สามารถเก็บแต้มได้ต่อเนื่องแต่ปีนี้มันต่างออกไป เรามีตัวเลือกข้างสนามที่พร้อมจะสร้างความแตกต่างให้กับทีม รวมไปถึงในหมู่นักเตะเองก็ยังต้องแข่งขันกันเองในทุกๆตำแหน่ง มันคือแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยม ” ซึ่งอาร์เซนอลได้ผู้เล่นกลับมาฟิตทั้งหมดพวกเค้าจะมีขุมกำลังที่น่ากลัวกว่าเดิม เพราะเราจะได้เห็นบทบาทตัวโจ๊กเกอร์อย่างโอซิล,ฟูลแบ๊คจอมพลังซ้าย-ขวาอย่างคีแรน เทียร์นี่,เอคตอร์ เบเยริน ลีลาลากเลื้อยของนิโกล่า เปเป้ และลูกยิงทรงพลังของกรานิต ชาก้า