ลิเวอร์พูล สะดุ้งทีมลีกมะกัน&ลีกมังกรหวังฉกลาน่าแบบไร้ค่าตัว

ลิเวอร์พูล

   ด้วยความที่อดัมส์ ลัลลาน่ากำลังจะหมดสัญญากับหงส์แดงในช่วงมิถุนายนปีหน้า จึงนำพาให้สโมสรสรชั้นนำทั้งในเมเจอร์ลีกสหรัฐ อเมริกา และไชนีสซุปเปอร์ลีกของจีน ต่างหมายใจที่จะดึงตัวมิดฟิลด์รายนี้ไปใช้งานต่อ โดยสโมสรเหล่านี้พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยที่มากกว่าเดิมหลายเท่าตัวเป็นเครื่องล่อใจ เนื่องจากดีลนี้จะไม่ต้องเสียค่าตัวในการย้ายทีมนั่นเอง

   ปัจจุบันลัลลาน่ารับค่าจ้างกับลิเวอร์พูลราว110,000ปอนด์เท่านั้น ในขณะที่หากเลือกย้ายออกไปเล่นในลีกจีนเจ้าตัวน่าจะได้ค่าเหนื่อยเริ่มต้นที่250,000ปอนด์แบบสบายๆ โดยลิเวอร์พูลเองอาจต้องเตรียมใจที่จะเสียดาวเตะวัย31กะรัตในช่วงซัมเมอร์หน้า เพราะพวกไม่สามารถการันตีตัวจริงให้กับนักเตะได้อีกต่อไป และเพิ่งจะได้ลงให้ลิเวอร์พูลในซีซั่นใหม่ไปเพียง3เกมเท่านั้น

    แม้ว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะยังอยากเก็บอดัมส์ ลัลลาน่าไว้เป็นตัวเลือก เนื่องจากอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษสามารถเล่นได้อย่างหลากหลายตำแหน่ง ทว่าด้วยอายุที่เกินเลขสามก็ทำให้บอร์ดบริหารของลิเวอร์พูลจะให้สัญญาฉบับใหม่กับลัลลาน่าแบบปีต่อปีพร้อมทั้งไม่มีการเพิ่มค่าเหนื่อยเป็นอันขาด สวนทางกับโอกาสที่เค้าจะได้รับทั้งค่าเหนื่อยที่มากขึ้นและสัญญาระยาวหากเลือกย้ายไปเล่นในลีกจีนหรือสหรัฐ จึงเป็นอีกหนึ่งข้อแม้ที่ผลักไสลัลลาน่าตัดสินใจอำลาแอนด์ฟิลหลังจบฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

คล็อปป์หวังลัลลาน่าอยู่คว้าแชมป์พรีเมียร์กับ ลิเวอร์พูล ก่อนคิดย้ายทีม

    อดัมส์ ลัลลาน่าถูกเปลี่ยนตัวลงมาในศึกแดงเดือด พร้อมทั้งทำประตูตีเสมอให้กับลิเวอร์พูลอีกต่างหาก ซึ่งผลงานนี้เองที่ทำให้เจอร์เกน คล็อปป์หวังจะรั้งนักเตะไว้กระทั่งจบฤดูกาล โดยเทรนเนอร์ชาวเยอรมันเล็งเห็นว่าลัลลาน่าแม้จะไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในทุกๆนัด แต่ทว่าเค้าก็สามารถเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้ในบางโอกาส และจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องมีนักเตะอย่างลัลลาน่าคอยสแตนบายด์สำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

   ลิเวอร์พูลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทว่าอดัมส์ ลัลลาน่ากลับไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมมากนัก เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บ โดยประตูที่ลัลลาน่ายิงใส่แมนยูฯนั้นก็เป็นการทำประตูได้อีกครั้งในรอบ3ปีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามหลังจากทำผลงานได้ดีในศึกแดงเดือดก็ดูเหมือนจะทำให้ลัลลาน่าเริ่มกลับเข้ามาอยู่ในสายตาของเจอร์เกน คล็อปป์อีกครั้ง เนื่องจากเจ้าตัวเริ่มถูกเปลี่ยนตัวลงมาเคาะสนิมในช่วงท้ายเกมบ่อยขึ้นเรื่อยๆ