กวาร์ดิโอล่า ชูฟิลโฟเด้นจะขึ้นเป็นสตาร์ทีมตราเรือใบในไม่ช้า

กวาร์ดิโอล่า

    แม้ว่าฟิล โฟเด้นจะยังไม่ได้มีโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้มากนัก ทว่าเจ้านายอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ยังยืนยันว่ามิดฟิลด์วัย19ปีจะเป็นหัวใจสำคัญของทีมตราเรือใบในอนาคต และจะไม่มีทางปล่อยตัวโฟเด้นออกไปจากทีมอย่างแน่นอน โดยเป็นการเปิดเผยผ่านเนื้อหาในหนังสือ “ เป๊ป ซิตี้ ” นั่นเอง

    “ โฟเด้นคือส่วนหนึ่งของแผนการทำทีมในระยะยาวของแมนซิตี้ เราจะไม่ดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทับตำแหน่งกับเค้าอย่างแน่นอน ทันทีที่ดาบิด ซิลวาอำลาทีม โฟเด้นก็จะได้สานงานต่อในตำแหน่งตัวสร้างสรรค์เกม เค้าเป็นสายเลือดใหม่ของแมนซิตี้ที่เราทุกคนต่างภาคภูมิใจ โฟเด้นเป็นนักเตะพรสวรรค์สูงที่สุดที่ผมเคยทำงานด้วย ซักวันเค้าจะกลายเป็นนักเตะระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน ” ถอดความจากหนังสือของเป๊ป

เรือใบเข็ดจากการขายซานโช่ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ยืดสัญญาโฟเด้นถึง 2024

   จากการเสียเพชรเม็ดงามอย่างจาดอน ซานโช่ให้กับโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ทำให้แมนซิตี้ได้รับบทเรียนเข้าอย่างจัง เพราะซานโช่ได้กลายเป็นแนวรุกสุดอันตรายของลีกเยอรมันไปเป็นที่เรียบร้อย จนทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าต้องกำชับให้บอร์ดบริหารตัดสินใจยืดสัญญากับดาวรุ่งพุ่งไกลอย่างฟิล โฟเด้นไว้แต่เนิ่นๆ จึงทำให้ปัจจุบันฟิล โฟเด้นเจ้าของหมายเลข47มีสัญญาผูกมัดในถิ่นอัลติฮัดไปจนกระทั่งปี2024

   “ เราพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้วสำหรับการต่อสัญญากับโฟเด้น สโมสรเล็งเห็นแล้วว่าเค้ามีความสำคัญ จะไม่มีการปล่อยตัวเค้าออกไปในทุกกรณี เรื่องเงินไม่มีความหมายหากเทียบกับคุณภาพของโฟเด้น แม้ว่าถ้ามีใครยื่นข้อเสนอเข้ามาถึง500ล้านยูโรเราก็จะปฏิเสธกลับไป โฟเด้นไม่ได้มีไว้ขาย ” ยืนยันจากข้อความอีกช่วงในหนังสือของเป๊ป

    ซึ่งไม่น่าประหลาดใจแม้แต่น้อยที่ดาวรุ่งรายนี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการที่ฟิล โฟเด้นนั้นมีฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัยนั่นเอง และแม้ว่าในซีซั่นนี้เจ้าเพิ่งจะได้โอกาสลงสนามกับแมนซิตี้เพียงเกมเดียวเท่านั้น หลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงเล่นแทนดาบิด ซิลวาในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนัดดวลกับดินาโม ซาเกร็บ ทว่าเจ้าหนูรายนี้ก็ทำประตูได้เลย โดยหากนับรวมผลงานตั้งแต่ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่(ขึ้นมาตั้งแต่ปี2017/18)ของทีมตราเรือใบ โฟเด้นลงสนามไปแล้งทั้งสิ้น39นัด และยิงได้8ประตู พร้อมกับถูกคาดหมายว่าจะสามารถก้าวขึ้นเป็นสตาร์ลูกหนังคนใหม่ของทีมชาติอังกฤษอีกต่างหาก